วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2552

จัดทำบทความโดย น.ส. จีรนันท์ หงษ์สิทธิชัยกุล เลขทะเบียน 48113038

เรื่อง ความเสี่ยงกับการลงทุนทางการเงิน

เรามีทางเลือกในการนำเงินไปลงทุนได้หลายวิธี ทั้งแบบการลงทุนทางตรง และการลงทุนทางอ้อมการลงทุนทางตรง ได้แก่ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่นๆ เช่น บ้าน ที่ดิน ทองคำ เพชร หรือรถยนต์ เป็นต้น ส่วนการลงทุนในธุรกิจ เช่น ลงทุนด้วยตนเอง หรือร่วมกับญาติมิตรก็เป็นการลงทุนทางตรง โดยเราเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจของคนเองทั้งหมด หากเราสามารถบริหารกิจการให้เจริญเติบโต มีกำไร เราก็เป็นผู้รับความสำเร็จรวมทั้งผลกำไร สำหรับการลงทุนในหลักทรัพย์ ถือเป็นการลงทุนทางอ้อม เนื่องจากเราไม่ต้องมีส่วนรับผิดชอบในการดำเนินงานของกิจการนั้น ๆ โดยตรงความเสี่ยงคืออะไรความเสี่ยงคือ โอกาสที่จะได้รับผลลัพธ์ที่ได้จากการลงทุนแตกต่างไปจากผลลัพธ์ที่ผู้ลงทุนคาดหวังเอาไว้ซึ่งโดยทั่วไปแล้วผู้ลงทุนมักจะมีการคาดหวังผลตอบแทนไว้สูงเกินไป ความเสี่ยงและผลตอบแทนในการลงทุนนั้น มักจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากการตัดสินใจในการลงทุนของผู้ลงทุนจะต้องมีการเปรียบเทียบสองสิ่งนี้เสมอ แหล่งที่มาของความเสี่ยง
สามารถแบ่งได้ตามประเภทต่างๆ ดังนี้
1. ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย คือ ความเสี่ยงที่เกิดจากอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงไปเนืองจากราคาของหลักทรัพย์มักจะมีความสัมพันธ์เชิงผกผันกับอัตราดอกเบี้ยเสมอ คือ ถ้าอัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น ราคาของพันธบัตรมักจะมีแนวโน้มที่ลดลง เนื่องจากผู้ลงทุนย้ายเงินลงทุนในตลาดการเงิน เพราะได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่า2. ความเสี่ยงจากการตลาด เป็นความเสี่ยงที่เกิดจากการผันผวนของราคาหลักทรัพย์ทั้งตลาดโดยรวม ซึ่งหลักทรัพย์ทุกหลักทรัพย์ในตลาดจะได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงนี้เท่ากันทุกหลักทรัพย์ ความเสี่ยงลักษณะนี้ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ภาวะสงคราม3. ความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ ความเสี่ยงประเภทนี้จะมีผลต่อหลักทรัพย์ทุกหลักทรัพย์ในตลาด เป็นความเสี่ยงที่เกิดจากอำนาจซื้อของคนลดลง ในภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้น ผลตอบแทนที่แท้จริงจะลดลงถ้าอัตราผลตอบแทนจากการถือหลักทรัพย์มีอัตราผลตอบแทนที่คงที่4. ความเสี่ยงจากธุรกิจ เกิดจากสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป เช่น บริษัทผู้ผลิตจะเผชิญหน้ากับปัญหาราคาน้ำมันโลกเพิ่มขึ้น ทำให้ส่งผลกระทบต่อยอดขายและราคาหุ้นผลตอบแทนการลงทุน
1. กำไรจากส่วนต่างของราคา คือกำไรจากส่วนต่างของราคาซื้อหรือขายหลักทรัพย์ เช่น เรามีการลงทุนซื้อขายหลักทรัพย์ ก ในราคาตลาดขณะนั้น 10 บาท เราถือมาระยะหนึ่งแล้วราคาขึ้นไป 13 บาท เราจะกำไรจากส่วนต่างของราคาเท่ากับผลต่างระหว่างราคาขายกับราคาซื้อเท่ากับ 3 บาท2. รายได้จากเงินสดที่หลักทรัพย์จ่ายระหว่างกาล คือ บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์อาจจ่ายเงินสดให้แก่ผู้ลงทุนในหลักทรัพย์มีอย่างน้อย 2 รูปแบบ ได้แก่ ดอกเบี้ยหรือคูปอง และ เงินปันผล3. ผลตอบแทนจากการนำรายได้ไปลงทุนต่อ ซึ่งทำให้ผลตอบแทนงอกเงยขึ้นเรื่อย ๆ หากเราถือเงินสดไว้ เราจะไม่มีรายได้ ในทางตรงกันข้าม กลับมีต้นทุนเสียโอกาสในการหารายได้เกิดขึ้น4. ผลตอบแทนลักษณะอื่นๆ เช่น เมื่อบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ต้องการเงินทุนเพิ่มจึงระดมทุนโดยการออกหุ้นเพิ่มทุนและให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นเดิมได้สิทธิจองซื้อหลักทรัพย์ในราคาที่กำหนดซึ่งโดยทั่วไปราคาจองมักจะต่ำกว่าราคาตลาดของหลักทรัพย์นั้นๆ ดังนั้นสิทธิดังกล่าวจึงมีค่าและถือเป็นส่วนหนึ่งของผลตอบแทนของการลงทุน เป็นต้นเราเป็นผู้ลงทุนประเภทไหน

การลงทุนเป็นเรื่องที่เราต้องตัดสินใจเองไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเลือกประเภทการลงทุน หลักทรัพย์ที่จะลงทุน ช่วงเวลาที่จะลงทุนหรือถอนการลงทุน เราจึงต้องรู้จักตัวเราเองว่าเราเป็นผู้ลงทุนประเภทไหน โดยอาจใช้ Five-Way Model ซึ่งแบ่งประเภทของบุคคลจากความเชื่อมั่นในการวิเคราะห์ตัดสินใจตามบทวิเคราะห์ของไบลาร์ด บีไฮและไคเซอร์ ซึ่งเป็นการวัดเชิงจิตวิทยาของมนุษย์ โดยแบ่งผู้ลงทุนออกได้เป็น 5 ประเภท

1. นักผจญภัย เป็นคนที่มั่นใจในตัวเอง มีความสุขในการตัดสินใจด้วยตัวเอง การตัดสินใจก็จะหุนหันพลันแล่น เป็นผู้ลงทุนแบบหวังผล2. เป็นตัวของตัวเอง เป็นเป็นกลุ่มคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง ชอบตัดสินใจ แต่ตัดสินใจด้วยความรอบคอบ เป็นผู้ลงทุนแบบหวังผลและมักลงทุนด้วยตัวเอง3. สำหรับดาราผู้มีชื่อเสียง มักจะขี้กลัว และเป็นคนที่ตามกระแส กลัวตกข่าว ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าของบริษัทนายหน้าค้าหลักทรัพย์4. ผู้พิทักษ์ มีความระมัดระวัง รอบคอบ และวิตกกังวล ผู้ลงทุนประเภทนี้จะเต็มใจให้ผู้จัดการกองทุนมืออาชีพมาจัดการการลงทุนให้5. กลุ่มที่คาบเส้น ไม่ตกอยู่ในลักษณะที่เราได้พูดไปมีลักษณะอยู่กึ่งกลาง

ที่มา: http://blog.eduzones.com/chulasife


คำถาม

1. ทำไมต้องมีการลงทุนทางการเงิน?
2. เราควรเป็นผู้ลงทุนแบบไหนจึงจะลดความเสี่ยงได้มากที่สุด?
3. เราจะหลีกเลี่ยงความเสียงทางด้านภาวะเงินเฟ้ออย่างไร?

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น