วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ปัจจัยลบโหมกระหน่ำเศรษฐกิจไทย 'หวัดเม็กซิโก-น้ำมันแพง-การเมือง'กดหัวไม่ฟื้น

จัดทำบทความโดย นางสาว สราลี ชำนาญแทน เลขทะเบียน 48113086
เรื่อง ปัจจัยลบโหมกระหน่ำเศรษฐกิจไทย 'หวัดเม็กซิโก-น้ำมันแพง-การเมือง'กดหัวไม่ฟื้น
หวัดเม็กซิโกระบาดทั่วโลกกลายเป็นปัจจัยซ้ำเดิมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ที่เป็นเป้าหมาหลัก หลังจากที่ในประเทศโดนทั้งการเมืองระอุ-ราคาน้ำมันแพง หั่นความมั่นใจของนักท่องเที่ยวมาก่อนหน้านี้ คาดการฟื้นเศรษฐกิจทำได้ยากขึ้น วิบากกรรมของเศรษฐกิจไทยที่เพิ่งผ่านม็อบเสื้อแดงป่วนกรุงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาก็ทำให้อภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีออกมายอมรับว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2552 นี้มีสิทธิติดลบ 5% แต่หลังจากนั้นกลับมีปัจจัยลบที่เข้ามากระทบกับเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 2 ปัจจัยใหญ่นั่นคือราคาน้ำมันในประเทศและสถานการณ์เกี่ยวกับหมูทั้งราคาหมูและไข้หวัดใหญ่จากเม็กซิโก นักเศรษฐศาสตร์มหภาครายหนึ่งกล่าวว่า ลำพังเศรษฐกิจทั่วโลกก็มีปัญหาอยู่แล้ว เราเจอการชุมนุมของเสื้อแดงนอกจากจะทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสจากประโยชน์ที่จะได้รับจากการเจรจากับกลุ่มประเทศอาเซียนแล้ว ยังมาเจอเรื่องเหตุการณ์ทางการเมืองจนต้องมีการออกพระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินมาควบคุมสถานการณ์ แม้จะมีการยกเลิกพระราชกำหนดไปแล้วก็ตาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ทำให้กระทบต่อความมั่นใจของคนไทยและคนในต่างประเทศไม่น้อย ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาคนไทยใช้จ่ายน้อยลง เดินทางท่องเที่ยวน้อยลง ส่วนหนึ่งติดตามสถานการณ์อีกส่วนหนึ่งกลัวความรุนแรงและกลัวสภาพเศรษฐกิจในวันข้างหน้า ทำให้ความหวังที่จะให้คนไทยช่วยกันแก้ปัญหาเศรษฐกิจนั้นต้องสะดุดไป ส่วนต่างประเทศนั้น บางประเทศห้ามคนของเขาเข้ามาในบ้านเรา ด้วยเกรงว่าจะได้รับความไม่ปลอดภัย แม้ว่าทุกอย่างจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่โอกาสในด้านการท่องเที่ยวของเราหายไป และกว่าจะกลับมาคืนสภาพเดิมนั้นต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า 2-3 เดือน นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในประเทศไทยยังมีความเป็นไปได้ที่จะปรับลดลงน้อยมาก แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยยังออกมาชี้นำในเรื่องดังกล่าวแล้วก็ตาม ขณะที่เริ่มมีสัญญาณว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) เริ่มเพิ่มขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ย่อมเป็นผลลบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และธุรกิจธนาคารยังคงใช้หลักการแบบเดิมคือเพิ่มส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยให้กว้างขึ้น เพื่อนำเอารายได้ส่วนนี้ไปชดเชยส่วนที่ต้องรับภาระกับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมกับลูกหนี้ที่ดี ท้ายที่สุดแล้วเมื่อลูกหนี้ดีทนปัญหาสภาพเศรษฐกิจที่กดดันไม่ได้ก็อาจต้องจำใจกลายเป็นลูกหนี้เสีย 'บ้านเราใช้ระบบนี้มาตลอด ในช่วงก่อนเกิดวิกฤติปี 2540 เราก็เคยเจอสภาพแบบนี้มาแล้ว จนถึงวันนี้ทุกอย่างก็ยังไม่เปลี่ยนไปจากเดิม นั่นคือการที่แบงก์เลือกที่จะไม่เสี่ยงและแบงก์ก็ทราบดีว่ารัฐบาลไม่มีทางให้แบงก์ล้ม เห็นได้จากการขยายระยะเวลาการประกันเงินฝากออกไป ทำให้แบงก์เลือกใช้วิธีการเดิม ๆ' ตรงนี้ไม่มีหน่วยงานของรัฐเข้าไปควบคุมหรือให้แนวทางการทำธุรกิจของแบงก์ว่า ถ้าเป็นลูกค้าที่ดี ผ่อนชำระตรงตามเวลา ไม่เคยขอยืดหนี้ออกไป ควรจะต้องลดดอกเบี้ยให้เพื่อตอบแทนความเป็นลูกหนี้ที่ดี เพราะลูกหนี้รายนี้แบงก์จะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มในเรื่องของการตั้งสำรองหนี้เหมือนกับลูกหนี้ที่มีปัญหา แม้ว่าราคาน้ำมันจะปรับลดลงมาอยู่บริเวณ 50 เหรียญต่อบาเรล ขณะนี้เริ่มมีการพูดกันถึงเรื่องราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นมาอยู่ในระดับสูง เบนซิน 91 ที่ 30.04 บาทต่อลิตร ก่อนที่จะมีการปรับลดลงมาเหลือ 29.54 บาทต่อลิตรเมื่อ 29 เมษายน 2552 หลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เริ่มมีการพูดกันถึงเรื่องค่าการตลาดน้ำมันที่สูงกว่า 2 บาทต่อลิตร จริง ๆ แล้วราคาหน้าโรงกลั่นจริง ๆ อยู่ที่ลิตรละ 12-16 บาทเท่านั้น แต่เราเจอกับภาษีสรรพสามิตที่ปรับขึ้นหลังจากที่ปรับลดลงไปในช่วงรัฐบาลก่อน อีกทั้งเงินที่ต้องส่งเข้ากองทุนน้ำมันและกองทุนอื่น ๆ ทำให้ราคาขายกับราคาหน้าโรงกลั่นมากกว่า 70-184% น้ำมันถือว่าเป็นต้นทุนเกือบทุกอย่างของบ้านเรา ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นนั้นย่อมส่งผลต่อหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการชวนคนไทยเที่ยวเมืองไทย หรือกระทบต่อราคาสินค้าและบริการในอนาคต จึงทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นไปอย่างล่าช้า ราคาเนื้อสุกรที่แพงขึ้นมาไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ตรงนี้ย่อมส่งผลต่อจิตวิทยาของผู้บริโภค ซึ่งรัฐจะต้องเข้ามาเร่งแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด และที่น่าจะเป็นปัญหาไม่น้อยคือการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก ที่แม้จะอยู่ไกลจากประเทศไทยมาก แต่ด้วยการเดินทางที่รวดเร็วโอกาสที่เชื้อเหล่านี้จะแพร่ไปได้ทั่วโลกได้ไม่ยาก ปัญหานี้คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่คนไทยต้องหวาดกลัว แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมานั่นคือการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกจะหยุดชะงักไปทันที ความกลัวที่จะติดเชื้อเป็นเหตุผลอันดับแรกที่คนจากทั่วโลกจะหลีกเลี่ยงการเดินทาง และเจ้าของประเทศแต่ละประเทศก็ต้องระมัดระวังผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต้นทางของโรคดังกล่าว สิ่งที่เกิดขึ้นยิ่งเป็นการซ้ำเติมภาคการท่องเที่ยวของไทยอย่างมาก คนไทยก็กังวลกับความไม่สงบทางการเมืองที่ยังไม่ยุติไปเสียทีเดียว ราคาน้ำมันเพื่อใช้ในการเดินทางท่องเที่ยวก็เริ่มสูงขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม ที่หวังลูกค้าจากต่างประเทศก็ต้องมาเจอกับวิกฤติไข้หวัดเม็กซิโก นี่จะเป็นแรงกดดันให้เศรษฐกิจของไทยฟื้นได้ลำบากกว่าประเทศอื่น
ที่มา โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์4 พฤษภาคม 2552
คำถาม
1.ปัจจัยลบที่เข้ามากระทบกับเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 2 ปัจจัยใหญ่คืออะไร
2.เหตุใดราคาขายน้ำมันกับราคาหน้าโรงกลั่นต่างกันมากกว่า 70-184%
3.ปัญหาใดที่ตอกย้ำปัญหาการท่องเที่ยวของไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น